ATR talks note

Robot = special purpose, single task.

Human = tolerant of variability, style matter.

Risk is subjective.

Risk = probability of error * cost of error

Perturbation(การรบกวน) response implements risk-aware reflexion.

Knowing how to respond to the error, make a robot more like a human.

  1. Risk awareness: plan for error
  2. Multiple options: change plan
  3. Flexible behavior : many tasks

ส่งเมลล์ด้วยphp

อัพโหลด ไฟล์ .php ขึ้น server ก็ส่งเมลล์ได้เลย (นึกว่าต้องเช่า server แบบ vps เพื่อส่งเมลล์ผ่าน node.js)

<?php
$to = “—————“;
$subject = “Hello ononon”;
$txt = “test sending email”;
$headers = “From: admin@bumbleplay.com”;   >> ใช้ headers ในการระบุชื่ออีเมลล์ต้นทาง

// Sending email
if(mail($to,$subject,$txt,$headers)){
echo ‘Your mail has been sent successfully.’;
} else{
echo ‘Unable to send email. Please try again.’;
}
?>

Posted in web

Visual studio : Property manager for saving library setting

ปกติจะใช้ opengl / opencv ก็ต้องค่อย add include directories, library directories, add dependancies ทุกครั้งที่สร้างโปรเจคใหม่

แต่ถ้าหากว่า เรามา add library ผ่าน Property Manager แล้ว จะสามารถ save ค่านั้นไว้ ใน Property Sheet

พอสร้างโปรเจคใหม่ ก็แค่ add Property Sheet ไม่กี่คลิ๊ก ช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ

วิธีทำ 1. search หา Property Manager จากตรงช่อง Quick Lunch, ก็จะเห็น list project ที่มีอยู่ใน solution ปัจจุบัน

2. กดปุ่ม New Project Property Sheet

3. คลิ๊กขวา ที่ Property Sheet ที่สร้าง > Properties , แล้ว link library ตามปกติ  ค่าที่เซ็ตไว้ก็จะ save อยู่ในไฟล์ Property Sheet

4. กดเลือกโปรเจคที่ยังไม่ได้ link library แล้ว กดปุ่ม Add Existing Property Sheet, แล้วก็เลือกไฟล์  Property Sheet

5. ก็จะเห็นว่า ที่ Projectที่สอง มี Property Sheet ที่ถูกเซ็ตเอาไว้ใน Project ก่อนหน้า

ลองกด Properties ดู ก็มี link library อยู่ครบ

import csv file to excel with utf8

.csv file ของ questionnaire data ที่ download มาจาก google forms ถ้าเปิดใน excel ตรงๆ ภาษาที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษจะเพี้ยน

 

แก้ โดย เปิด excel new file ขึ้นมา แล้ว import data เอา จะสามารถเลือก ภาษาเป็น utf8ได้

 

 

 

python opencv

พอดีว่าจะลอง tutorial  Simple Background Estimation in Videos using OpenCV (C++/Python)

ลองรันโค๊ดpython  จำได้เคยinstall python anoconda อยู่

ลองเสิร์จหาดู ไปอยู่ในโฟลเดอร์ C:\Program Files (x86)\Microsoft Visual Studio\Shared\Python36_64

ก็เอา โฟลเดอร์นี้ไป add ใน environment path จะได้เรียก python ผ่าน command line ได้

run  cmd as administrator จะได้ install library ได้

python -m pip install numpy

python -m pip install opencv-python

python -m pip install scikit-image

python -m pip install scipy

cd  C:\learnopencv-master\VideoBackgroundEstimation

python removeVideoBg.py รันโปรแกรม

เป็นโปรแกรมตัด background ของวีดีโอ โดยที่มุมกล้องไม่ขยับ

ตอนแรกโปรแกรมก็จะคำนวณ background ของ video โดยหาค่า median  แล้วก็โชว์ภาพbgที่คำนวณได้

พอเราปิดหน้าต่างรูป bg  โปรแกรมจะโชว์วีดีโอที่ตัด bg ออกแล้ว

 

c++ build

 

เปิด cmakeแล้วก็ ระบุ source กับ build folder

ที่เหลือ โปรแกรมจะเรียกอ่านไฟล์ CMakeLists.txt เอง

แต่ว่าเราต้องกำหนด path openCV ไว้ใน environment ก่อน

ถ้าไม่ใส่ bin folder  ตอนรัน visualstudio มันจะ error หา dll ไม่เจอ

ถ้าไม่ใส่ build folder,  ถึงแม้เราจะกำหนดเอง cmake จะหา build folder ของ opencv ไม่เจอ

 

 

 

 

 

 

แต่ว่าโปรเจค c++ รันแล้วไป error ตรงเปิดวีดีโอแฮะ

คือว่า วีดีโอกับ ตัวโปรแกรมไม่ได้อยู่โฟสเดอร์เดียวกันละ

เลยต้องมาเซ็ต command argument ให้ visualstudio อ่าน video pathที่กำหนดไว้

python upgrade

C:\ProgramData\Anaconda3>python -m pip install –upgrade pip

C:\ProgramData\Anaconda3>python -m pip install numpy –upgrade

 

https://pythonprogramming.net/introduction-deep-learning-python-tensorflow-keras/

ข้อเสียของ python

-debug ไม่ได้ ถ้าลืมประกาศตัวแปร มันก็ไม่เตือนเรา

abstract

English Solutions for Research Writing:
Checklist for Journal and Conference Papers Based on an
Experimental Research Design

Abstract checklist

– บอก key result of research โดยไม่ต้องอ่าน paper ทั้งหมด

– keyword ต้องเป็นคำที่อยู่ใน title หรือ abstract

– คำย่อที่บอกคำเต็มใน abstract แล้ว, ให้เขียนคำเต็มใน introduction อีกรอบ
เพราะว่า abstract เป็นคนละส่วนกับตัว paper

– ไม่ใส่ reference ใน abstract, ให้อธิบายงานของตัวเอง, เทคนิคที่เป็นที่รู้จัก, ปัญหาในสายงาน

– บอก research methodology ที่ใช้ใน paper

– ไม่ copy ประโยคจาก paper มาแปะใน abstract ตรงๆ, โดยเฉพาะ 2 ประโยคแรกจาก introduction

– ไม่มี weak verbs เช่น discuss, examine

– ไม่มี unclear terms เช่น various methods

– ให้อธิบายอย่างชัดเจนว่า เราทำการทดลองอย่างไร และค้นพบอะไร

– ลำดับประโยคใน abstraact ควรแรียงตาม structure of paper คือ
introduction, methods, results, discussion

– ประโยคแรกๆ ให้ระบุปัญหา, ข้อจำกัดของงานก่อนหน้า, ช่องว่างของงานวิจัยที่ผ่านมา

– ระบุ ผลลัพธ์ที่ได้, ตีความหมายขอผลลัพธ์, ส่ิงสำคัญที่ค้นพบ, ระบุเป็น %